Scout airsoft Gun ฝ่ายกีฬา BB GUN จังหวัดลำปาง


Scout airsoft Gun LAmpang

- BB. Gun คืออะไร ผิดกฏหมายหรื่อไม่ ? และอันตรายเพียงใด

BB Gun หรื่อที่เรียกในอีกชื่อหนึ่งว่า Air Soft Gun หรื่อ ปืนอัดลมเบา
เป็นเกมกีฬาในรูปแบบใหม่้ ที่มีความปลอดภัยแก่ผู้เล่น
และ้เป็นเกมกีฬาที่นิยมมากในต่างประเทศ อาทิเช่น ประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง
อังกฎษ และอีกหลา่ยประเทศในแถบทวีปอเมริกาและยุโรป

- ปืน BB. Gun คืออะไร ?

ปืน BB Gun คือปืนของเล่นที่มีกลไกการทำงานเลียนแบบอาวิธปืน มีขนาดสีัสันรูปร่างและน้ำหนักไกล้เคียงกับอาุวุทปืนจริง ยกเว้น กระสุนที่ใช้ในปืน BB.จะใช้กระสุนที่ทำมาจากเม็ดพลาสติก หรื่อผลิตภัณฑ์เซรามิคสังเคราะห์ที่มีน้ำหนักเบาตั้งแต่ 0.2 กรัมไปจนถึง 0.50 กรัม มีขนาดเส้นรอบวง 6 มม. หรื่อ8 มม. ลักษณะกระสุนเป็นเม็ดกลมเกลี้ยง ผิวลื่นเป็นมันวาว มีเร็วต้นและแรงปะทะที่มากเพียง 280 ฟุตต่อวินาที


- ปืน BB. ผลิตขึ้นมาเพื่ออะไร ?

ปืน BB ผลิตขึ้นมาสำหรับเล่นเพื่อการสันทนาการ หรื่อเก็บสะสมสำหรับผู้ที่นิยมและชื่นชอบในกีฬายิงปืนแทนการมี ใช้ และครอบครองอาวุธปืนจริงซึ่งอาจเกิดอันตรายก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ใช้หรื่อคนรอบข้างได


- ปืน BB. ผิดกฏหมายหรื่อไม่ ?

ปัจจุบันยังไม่มีกฏหมายสิ่งเทียมอาวุทมาตราใด บังคับใช้หรืือห้ามมิให้ประชาชนครอบครอง มีและใช้ของเล่นประเภทนี้ หากแต่การพกพาสิ่งเทียมอาวุทปืนไปในที่อาธารณะอย่างเปิดเผย อาจได้รับโทษในข้อหาพาพาสิ่งเทียมอาวุทปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต


- ปืน BB. อันตรายหรื่อร้ายแรงหรื่อไม่ ?

ปืน BB มีอันตรายร้ายแรงหรื่อไม่แม่ว่าปืน BB. จะมีรูปลักษณะที่ไกล้เคียงกับอาวุธปืน แต่ปืน BB.กลับมีความปลอดภัยต่อผู้ใช้สูง ผู้เล่นสามารถยิงปืน BB. ได้ภายในบ้านของตนเองแต่อย่างไรก็ตามปืน BB.ก็ยังสมารถก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้เล่นได้ในระดับหนึ่งหากผู้เล่นไม่ปฏิบัติตามหลัีกความปลอดภัยที่ถูกต้อง


- ข้อแนะนำการเล่นปืน BB. ที่ถูกต้องและปลอดภัย

ข้อแนะนำ การเล่นปืน BB ที่ถูกต้องและปลอดภัยการเล่นปืน BB. จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปฎิบัติตามกฏแห่งความปลอดภัยทุกครั้งที่หยิืบจับปืนของเล่นชนิดนี้ เช่น

1.สวมแว่นตากันสะเก็ต หรื่อ หน้ากากแบบครบเต็มหน้าทุกครั้งที่ยิงปืน BB.

2.ห้ามมิให้หันกระบอกปืนเล็กไปยังบุคลอืนหรื่อตนเองไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม

3.การนำปืน BB ไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง เช่นทำร้ายร่างกายผู้อื่นปล้นจี้ ชิงทรัพย์ ข่้มขู่และการกระทำอื่นๆ ที่เข้าข่ายการก่ออาชญากรรม ย่อมต้องได้รับโทษตามกฏหมายบ้านเมือง

4.สวมจุกนิรภัยทุกครั้งที่ไม่ใช้ปืน BB และถอดเก็บแยกชิ้่นส่วนประกอบต่างๆ ไว้ในที่ปลอดภัย ห่างจากเด็ก สารเคมี และเก็บในที่อุณหภูมิไม่เกิน 40 องศาเซลเซียส

5.ไม่ควรนำปืน BB ออกมาเล่นในที่สาธารณะ เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด และกก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่น และควรเล่นในสนามที่จัดให้เล่นโดยเฉพาะ

6.การนำพาไปเล่นนอกสนามที่ ควรจัดเก็บไว้อย่างมิดชิด ไม่ควรถืออย่างโจ่งแจ้ง

7.ไม่ควรสอดนิ้วเข้าโกร่งไก หากไม่ต้องการยิงปืน BB. และควรปลอดแม็กกาซีน เคลียกระสุนที่อาจค้างในลำกล้องทุึกครั้่ง เมื่อไม่ใด้ใช้งาน

 


โดย จรม้ว



 
เรื่อง : RUSSIAN SPETSNAZ ตอน 1 ( โดย โจรแม๊ว )
SPETSNAZ ตอน 1
 
   

"สเปสต์นาส" มีความหมายตรงกับคำว่า "สเปเชียลฟอร์ล" ในภาษาอังกฦษ ซึ่งแปลว่า "กองกำลังพิเศษ" เท่านั้น ก็หมายความว่ามันจะัต้องมีีแยกย่อยต่อไปอีีกว่าเป็นกองกำลังพิเศษของหน่วยงานใด ในรัสเซียนั้นมีหน่วยงานที่มีกองกำลังพิเศษมากมายนอกเหนือจากในกองทัพแล้วรัสเซียก็ยังมีหน่้วย SPETSNAZ ที่สังกัดหน่วยงานที่เกียวกับความมั่นคงและกระทรวงมหาดไทยอีกด้วย ดังจะแยกเป็นหน่วยหลักๆ ดังนี้

- SPETSNAZ ของกองทัพบก VDV
- SPETSNAZ ของกองทัพเรือ
- SPETSNAZ ของกองบัญชาการข่าวกรองกลาง GRU
- SPETSNAZ ของหน่วยงานความมั่นคงพิเศษ
- SPETSNAZ ของกระทรวงมหาดไทย/กองกำลังป้องกันภายในหรื่อ MVD

ยังมีเนื้อหาเ้กียวกับ SPETSNAZ อีกมายมาย โปรดติดตามตอน 2.......

รายละเอียด : Scout airsoft Gun
ข้อมูลโดย :จรม้ว
 


THAI SEAL

หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการกองทัพเรือ หรือภาษา
ชาวบ้านเรียกว่า หน่วยมนุษย์กบ พวก US. NAVY SEAL หรือ
มนุษย์กบ สหรัฐฯเรียกว่า ไทยซีล เป็นหน่วยงาน ที่รับมอบหมายจาก กองทัพเรือให้รับ ผิดชอบการเตรียมกำลังพล ชุดปฏิบัติ-การพิเศษ สำหรับการต่อต่านก่อการร้ายสากล ในพื้นที่รับผิดชอบ คือพื้นที่ที่กองทัพเรือ ดูแลและคุ้มครองรักษาผลประโยชน์ เช่น ท้องทะเลไทยสนามบินอู่ตะเภา พื้นที่สัญจรทางน้ำ ช่วง เวลาที่ผ่านมาผู้บังคับบัญชาวางแผน การฝึกเพื่อสร้าง กำลังพลให้มีขีดความสามารถในด้านการต่อต้าน
การก่อการร้าย และได้จัดหาอาวุธยุทโธ-ปกรณ์ ชุดใหม่แทนชุดเก่า
แม้ว่าหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ จะไม่จัดยอดฝีมือที่รอการปฏิบัติการ
ต่อต้านการก่อการร้ายโดยตรง เช่น SEAL TEAM 6 ของ US. NAVY ก็ตามแต่กองรบพิเศษที่ 3 ของหน่วยสงครามพิเศษ ทางเรือก็มีหน้าที่ฝึกและ เตรียมกำลังพลรอรับสถานการณ์นี้ โดยเฉพาะ แม้ว่าจะมีการแบ่งแยกเป็นกองรบพิเศษ 3 กองรบ เพื่อมอบหมาย กิจเฉพาะให้แต่มนุษย์กบทุกนาย ก็มีขีดความสามารถพื้นฐาน เท่ากันยกเว้นบางคนมีความถนัด ที่โดดเด่นออกไป จำนวนของ นักทำรายใต้น้ำ จู่โจมหรือมนุษย์กบมีจำนวนน้อย เมื่อเทียบกับภารกิจที่ได้รับมอบหมายเข้ามาเพราะในแต่ละปีนั้นมีผู้สำเร็จ
หลักสูตรนร. นักทำลายใต้น้ำจู่โจม ประมาณ 30% ของผู้ที่เข้ารับการฝึก ถุกคนจึงถูก สร้างให้มีความสามารถเดียวกัน เพื่อรองรับภารกิจ ดังนี้
1. การลาดตระเวนของหน่วยสงครามพิเศษทางเรือขนาดเล็ก
2 .การรบในป่า การรบแบบกองโจร
3. การแทรกซึมทางน้ำ โดยเรือเร็วเข้าโจมตีที่หมาย
4. การดำน้ำเข้าสู่ที่หมาย เพื่อทำการยึดหรือก่อวินาศกรรม
5. การหาข่าวทางลับ
6. การโดดรมเข้าสู่มี่หมายเพื่อปฏิบัติกิจต่อไป
7. การรบในเมือง
8. การต่อต้านการก่อการร้ายสากล
9. ปฏิบัติภารกิจที่กองเรือยุทธ-การ และกองทัพเรือมอบหมาย

 


โดย จรม้ว

 


AK 47

AK 47 เป็นปืนเล็กยาวจู่โจมที่ออกแบบ/ผลิตโดย Mikhail Kalashnikov ในปี
1947 โดยมีปืน Stg.44 ปืนที่สามารถยิง Full Auto ได้จากกองทัพเยอรมัน
หลังสงครามโลกครั้งที่สอง โดยมีชื่อเเต็มในภาษารัสเซียว่า Avtomat Kalashnikova obraztsa 1947 goda
( Automatic rifle Kalashnikov model of 1947 year ) หรือ AK 47 นั่นเอง

AK47 ถูกเลือกให้เป็นปืนไรเฟิลประจำการของกองทัพสหภาพโซเวียต ใช้กระสุน
ขนาด 7.62x39 mm. กับระบบลูกเลื่อนหมุนขัดกลอน และปลดกลอนด้วยแก๊ส
จากลำกล้อง ปืนรุ่นนี้รวมไปถึงปืนไรเฟิลเเบบ 58 ของเกาหลีเหนือ
ด้วยโครงสร้างที่ไม่ซับซ้อน และมีความทนทานสูง จึงถูกนำไปผลิตยังประเทศ
คอมมิวนิตส์ หรือประเทศที่โซเวียตให้การสนับสนุนทางทหาร หลายประเทศ
ทั่วโลก จากสงครามต่างๆ เเละสงครามเย็น ในปัจจุบันถูกพัฒนามาเป็น AK-74 โดยใช้ขนาดกระสุน 5.54 มม. เเละ ผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็น ปืนไรเฟิลประจำการของกองทัพ และหน่วยจู่โจมรัสเซีย


โดย จรม้ว

 

ทหารเสือราชินี : ชีวิตนี้พลีเพื่อชาติ

เอ่ยถึงคำว่า ทหารเสือ คนไทยมักจะได้ยินและนำมาใช้กันติดปาก กับบุคคลที่มีความเก่งกล้าสามารถ ด้วยว่าเราเคยรู้จักกันจากตำนาน นาตายัง ทหารเสือนักรบชื่อกระฉ่อนของฝรั่งเศส ในขณะที่ประเทศไทย ผู้ที่เป็น ทหารเสือ ตัวจริงนั้นมีอยู่ เรามาทำความรู้จักกันดีกว่า



ทหารเสือ เป็นหลักสูตรพิเศษหลักสูตรหนึ่งของกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านสวน อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โดย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อค่ายอันเป็นที่ตั้งของกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ฯ ว่า ค่ายนวมินทราชินี พร้อมทั้งพระราชทานสมญานามของกรมฯ ว่า กรมทหารเสือนวมินทราชินี

    
ต่อมาในปี 2524 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ฯ ได้รับอนุมัติจากกองทัพบกให้ดำเนินการฝึกหลักสูตรทหารเสือ เพื่อเป็นการสนองในพระราชเสาวนีย์ ของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ องค์ผู้บังคับการพิเศษของกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ฯ ที่ทรงมีพระราชประสงค์ให้กำลังพลได้รับการฝึกพิเศษ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจทุกรูปแบบ ทุกสภาพภูมิประเทศ โดยคุณสมบัติของผู้เข้ารับการฝึก ต้องเป็นกำลังพลที่รับราชการอยู่ในหน่วยของกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ฯ และส่วนหนึ่งยังแบ่งให้กับกำลังพลนอกหน่วยที่กองทัพบกอนุมัติให้เข้ารับการฝึก

ระยะเวลาการฝึกทหารเสือ ใช้เวลาทั้งสิ้น 16 สัปดาห์ โดย 4 สัปดาห์แรก เป็น การปรับสภาพร่างกายและจิตใจ เตรียมร่างกายให้พร้อมในการฝึกภาคต่อ ๆ ไป และมีการปูพื้นฐานด้านการยิงปืนฉับพลัน การดำน้ำ โดดร่ม การต่อสู้ป้องกันตัว การต่อต้านการก่อการร้ายสากล รวมถึงการสอนภาษาของประเทศใกล้เคียง และภาษามือด้วย

    
นอกจากการฝึกแล้ว ยังต้องทดสอบ มาตรฐานในด้านสภาพร่างกาย โดยต้องวิ่งระยะ 1 ไมล์ 3 ไมล์ 5 ไมล์ วิ่งประกอบอาวุธและเครื่องสนาม 12 ไมล์ การเดินเร่งรีบพร้อมรบ 65 กิโลเมตร และว่ายน้ำระยะไกล ตลอดจนการทดสอบการใช้อาวุธปืนเล็กยาว เอ็ม 16 และปืนพก 86 ในลักษณะการยิงฉับพลัน ซึ่งผู้ที่ผ่านเกณฑ์เท่านั้นถึงจะสามารถเข้ารับการฝึกในภาคต่อไป

ขั้นต่อไปเป็น ภาคป่า-ภูเขา ระยะ เวลาอีก 4 สัปดาห์ โดยใช้พื้นที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.แม่ฮ่องสอน เป็นการฝึกการแทรกซึมทางอากาศด้วยอากาศยาน (บล. 8 หรือ ซี 130) หลังจากนั้นจะฝึกแทรกซึมทางพื้นดิน เข้าปฏิบัติการต่อที่หมายในลักษณะหน่วยทหารขนาดเล็ก หรือชุดปฏิบัติการ ซึ่งเป็นการนำความรู้ในภาคที่ตั้งมาปฏิบัติจริงในภูมิประเทศทุรกันดาร และภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูง


เรื่องที่ทำการฝึกหลักคือการจัดตั้งและใช้กำลังกองโจร การพิสูจน์ทราบพื้นที่ป่า การฝึกขี่บังคับม้าและการบรรทุกต่าง ๆ ฝึกปฏิบัติในการถวายความปลอดภัยองค์พระประมุข การศึกษางานโครงการพัฒนาตามพระราชดำริ ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ ได้เสด็จฯ ทอดพระเนตรผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาตามพระราชดำริ และเสด็จฯ เยี่ยมราษฎรในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน เป็นประจำทุกปี

จากนั้นเป็นภาคทะเล ระยะเวลา 3 สัปดาห์ ใช้พื้นที่ชายฝั่ง จ.ชลบุรี และ จ.ระยอง มุ่งเน้นการแทรกซึมทางน้ำ การดำน้ำทางยุทธวิธี การใช้เรือยาง การลาดตระเวนชายฝั่ง การยุทธสะเทินน้ำสะเทินบก การโดดร่มลงทะเล การดำรงชีพในทะเล และประเพณีชาวเรือ


ภาคปฏิบัติการในเมือง ระยะเวลา 3 สัปดาห์ ระยะเวลา 3 สัปดาห์ ใช้พื้นที่  จ.ชลบุรี และกรุงเทพฯ มุ่งเน้นการปฏิบัติในพื้นที่สิ่งปลูกสร้าง การต่อต้านการก่อการร้ายสากล การชิงตัวประกัน การขับขี่จักรยานยนต์ทางยุทธวิธี รวมถึงการฝึกยิงปืนพกระบบ PPC

สุดท้ายคือภาคอากาศ ระยะเวลา 2 สัปดาห์ ใช้พื้นที่ภายในค่ายนวมินทราชินี เป็นการฝึกเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในพื้นฐานของการกระโดดร่มแบบ กระตุกเองการบังคับร่ม การพับร่ม และการแก้ไขเหตุติดขัด


เมื่อจบการฝึก กำลังพลที่สำเร็จการฝึกหลักสูตรทหารเสือทุกนาย จะได้พระราชทานเครื่องหมายแสดงขีดความสามารถทหารเสือ จากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ องค์ผู้บังคับการพิเศษ กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ฯ

เครื่องหมายเชิดชูเกียรติทหารเสือ ทำด้วยโลหะ ประดับหน้าอกเสื้อชุดปกติ เป็นรูป หัวใจสีม่วงประดับพระนามาภิไธยย่อ สก. หมายถึง ผู้บริสุทธิ์ ซื่อสัตย์สุจริต และจริงใจ ทั้งนี้เพราะผู้ที่ใกล้ตาย หัวใจจะกลายจากสีแดงเป็นสีม่วง ในห้วงเวลานั้น บุคคลผู้นั้นจะไม่พูดปดหรือปิดบังสิ่งใด ๆ ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระราชทานหัวใจสีม่วงนี้แก่กำลังพล ด้วยทรงมุ่งหวังให้ทหารเสือทุกนายมีความซื่อสัตย์สุจริต และจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ส่วนรูป เสือประคองหัวใจสีม่วง หมายถึง กำลังพลทหารเสือทุกนายที่เทิดทูนความซื่อสัตย์ สุจริต และจงรักภักดีแทบเบื้องพระยุคลบาท ภูเขา เกลียวคลื่น ก้อนเมฆ หมายถึงทุกหนแห่ง ไม่ว่าบนฟ้า พื้นดิน ภูเขา หรือในทะเล ทหารเสือทุกนายพร้อมจะดั้นด้นไป เพื่อรักษาไว้ซึ่งความปลอดภัยของชาติ และองค์พระมหากษัตริย์



ในวันนี้ 21 กุมภาพันธ์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานเครื่องหมายทหารเสือ แก่ผู้ที่จบหลักสูตรรุ่นที่ 13 รุ่นล่าสุด จำนวน 72 นาย ณ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อให้เหล่าทหารเสือราชินี ทุกนาย ใช้ความรู้ความสามารถที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนัก นำไปรับใช้ชาติบ้านเมือง สืบต่อไป.



ข้อมูลจำเพาะ

กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2493 ตามคำขอขององค์การสหประชาชาติ ในการจัดตั้งกำลังเข้าช่วยเหลือรัฐบาลของสาธารณรัฐเกาหลีใต้ เพื่อยับยั้งการรุกรานของฝ่ายคอมมิวนิสต์ โดยใช้นามหน่วยครั้งนั้นว่า “กรมผสมที่ 21” ก่อนแปรสภาพมาเป็นชื่อในปัจจุบันเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2502


ในการรบสงครามเกาหลี ปี 2493-2515 ทหารไทยได้สร้างวีรกรรมเด็ดเดี่ยวกล้าหาญ จนได้รับสมญานามจากกองทัพสหประชาชาติในสมรภูมิเกาหลีว่า “พยัคฆ์น้อย” และยังสร้างชื่ออีกครั้ง ในนามกรมอาสาสมัคร “จงอางศึก” ในการปฏิบัติการสงครามเวียดนาม ระหว่างปี 2511-2512 ตลอดจนการปฏิบัติราชการในการป้องกันและปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ และการช่วยเหลือประชาชนใน จ.น่าน จนก่อเกิดวีรกรรมบ้านห้วยโกร๋น ในปี 2518 รวมถึงการยับยั้งการรุกรานของเวียดนาม ที่สมรภูมิเขาพนมประ อ.ตาพระยา จ.ปราจีนบุรี ในปี 2526 เป็นผลให้กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ฯ ได้รับพระราชทานเหรียญกล้าหาญและเครื่องอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดีประดับธงไชยเฉลิมพล

โดย จรม้ว

 

 

รู้ไว้ก็ดี พอมีประโยชน์


     ช่วงต้นปี 2542 ผมมีโอกาสได้รับคัด เลือกให้ไปศึกษาอบรมหลักสูตร INTERNATIONAL SENIOR OFFIER AMPHIBIOUS PLANNING COURSE : ISOAP ที่ EXPEDITIONARY WARFARE TRAINING GROUP , PACIFIC : EWTGPAC ณ เมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประทเสสหรัฐอเมริกา โดยไปในโควต้านายทหารพรรคนาวิน ร่วม คณะไปกับนายทหารพรรคนาวิกโยธิน อีก 1 ท่าน หลักสูตรนี้กำหนดให้นักเรียนต้องศึก ษาวิเคราะห์ปฏิบัติการสะเทินน้ำสะเทินบก คนละ 1 ยุทธการ นำเสนอทั้งเอกสารวิ เคราะห์ และการบรรยายหน้าชั้นประกอบ ด้วย โดยนักเรียนสามารถเลือกยุทธการอะ ไรก็ได้จากหัวข้อที่ EWTGPAC เตรียมให้ หรือจะขออนุมัติในหัวข้อที่ตัวเองอยากทำ ก็ตามใจ แต่ต้องอยู่ในหลักเกณฑ์เดียวกัน อย่างเคร่งครัด ผมเลือก OPERATION GALVANIC ซึ่งเป็นการยกพลขึ้นบกที่เกาะ

     BETIO ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในวงหินปะการัง TARAWA ATOLL ของหมู่เกาะ GILBERTS ในมหาสมุทรแปซิฟิค ที่ผมสน ใจและเลือกปฏิบัติการนี้ ก็เพราะเหตุการณ์นี้อยู่ในช่วงที่สงครามโลกครั้งที่สองใกล้จะสิ้นสุด โดยผลจากปฏิบัติการนี้ ก่อให้เกิด ความสูญเสียอย่างมาก ทั้งฝ่ายรุก คือ สัมพันธมิตรโดย อเมริกา กับฝ่ายรับคือ อักษะ โดยญี่ปุ่น มีทหารบาดเจ็บล้มตายรวม กว่า 6,000 คน บนพื้นที่เกาะเล็ก ๆ แค่ครึ่งตารางไมล์ในช่วง 4 วันของปฏิบัติการ แต่ก็ทำให้เกิดการพัฒนาหลักนิยมใหม่ของ ปฏิบัิติการสะเทินน้ำ สะิเทินบกของสหรัฐอเมริกา ซึ่งยังใช้อยู่ตรากระทั่งทุกวันนี้

     สืบเนื่องจากการศึกษาค้นคว้าข้อมูลในยุทธการนี้ผมได้ใช้บริการห้องสมุดทั้งใน EWTGPAC ไปจนถึงห้องสมุดประชา่ชนของโคโรนาโด รวมทั้งเลือกดูตามร้านหนังสือน้อยใหญ่ในค่ายทหารและในเมือง โอกาสเหมาะไปได้หนังสือที่คิดว่าดีมาก มาเล่มหนึ่ง แม้ไม่เกี่ยวกับงานค้นคว้าของหลักสูตรที่กำลังเรียน แต่ก็เกี่ยวข้องโดยตรงกับสายงานปกติ คือหนังสือ SPEC OPS CASE STUDIES IN SPECIAL OPERATIONS WARFARE : THEORY AND PRACTICE แต่งโดย WILLIAM H. McRAVEN ซึ่งมีดีกรีปริญญาโทจาก NAVAL POSTGRADUATE SCHOOL หน้าที่การงานก็เป็น COMMANDER SEAL TEAM III ผู้แต่งนำ้เสนอบทวิเคราะห์ สรุปเป็นทฤษฏีที่พิสูจน์ให้เห็นได้ง่ายด้วยภาพและกราฟที่หลากหลายอย่างน่าสนใจ เป็นหนังสือที่ขอแนะนำให้นักรบพิเศษที่ไม่ต้องการยึดติดกับแนวคิดทางทหาร ในรูปแบบที่ศึกษามาอย่างซ้ำซากจำเจได้หา อ่านกัน ถึงไม่ได้ใช้ประโยชต์โดยตรงกับการปฏิบัติงานประจำ แต่ก็สามารถพัฒนากระบวนการทางความคิด และประยุกต์ใช้ ในการวางแผนการปฏิบัติการได้ตามสมควร

     McRAVEN ได้วิเคราะห์กรณีศึกษา 8 เหตุการณ์สูรบในอดีต สรุปเป็นองค์ความรู้จนกำหนดเป็นทฤษฏีการปฏิบัติการพิ เศษ ( THEORY OF SPECIAL OPERATIONS ) และชี้ชัดลงไปถึงหลักการการทำสงครามสำหรับการปฏิบัติการพิเศษ ( PRINCIPLES OF SPECIAL OPERATIONS ) ที่แตกต่างจากหลักการสงคราม ( PRINCIPLE OF WAR ) ที่ใช้สำหรับกำ ลังรบขนาดใหญ่ ซึ่งผมขอนำเสนอโดยสรุป ดังนี้

ทฤษฏีการปฏิบัติการพิเศษ

"การปฏิบัติการพิเศษที่ถือว่าประสบความสำเร็จ จะต้องกระทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ทางทหารโดยการใช้หน่วยกำลังขนาด เล็ก เอาชนะหน่วยกำลังฝ่ายตรงข้ามที่มีขนาดใหญ่กว่า หรือมีมาตรการป้้องกันตนเองเป็นอย่างดีได้ "

     เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามทฤษฏีนี้ หน่วยกำลังขนาดเล็กนั้น จะต้องใช้หลักการทำ สงครามที่แน่นอน เพื่อทำให้สถานการณ์ที่ เผชิญอยู่ในการสู้รบ (FRICTION OF WAR) อยู่ในระดับที่สามารถจัดการได้ จนสามารถ สร้างสรรค์โอกาสแห่งชัยชนะที่เราจะมีเหนือ ฝ่ายตรงข้ามที่มีกำลังมากกว่า หรือ มีการป้อง กันตนเองที่ดีมากได้ การทำใ้ห้สถานการณ์นี้ อยู่ในระดับที่สามารถจัดการได้ ก็ด้วยวิธีการที่ จะก่อให้เกิด ความได้เปรียบ (RELATIVE SUPERIORITY : RS ) ซึ่งต้องผ่านกระบวน การวิเคราะห์ฝ่ายตรงข้ามเพื่อหาจุดอ่อน แล้ว เลือกวิธีการปฏิบัติ ใด ๆ ที่ส่งผลให้ฝ่ายเราำได้ เปรียบและทำให้ฝ่ายตรงข้ามเสียศักย์ในการ สู้รบ ในช่วงเวลาที่ฝ่ายเรากำหนด ผลที่ได้คือ ให้เมื่อใดที่ฝ่ายเราได้เปรียบแล้ว แม้ขนาดกำ ลังของหน่วยปฏิบัติการจะเล็กกว่าแต่ก็สามารถ เป็นฝ่ายริเริ่มปฏิบัติการใด ๆ ต่อมาได้อย่างมีอิส ระ และหากสามารถรักษาความได้เปรียบได้

     ตลอดห้วงการปฏิบัติการแล้วย่อมได้รับชัยชนะในที่สุด ในการสู้รบทุกครั้ง มีปัจจัยมากมายที่จะส่งผลต่อการแพ้หรือชนะ และ แม้ RS จะมิใช่หลักประกันของชัยชนะทุกครั้ง แต่ RS ก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชัยชนะของทุกสมรภูมิ

     คำจำกัดความ " การปฏิบัติการพิเศษ กระทำโดยหน่วยกำลังที่ได้รับการฝึกมาเป็นการเฉพาะอย่างดี โดยใช้ยุทธโปกรณ์ และ การสนับสนุนทั้งปวง ต่อเป้าหมายที่เจาะจงกำหนดไว้ เพื่อผลทางการเมืองและการทหาร "

     คำจำกัดความข้างต้น มีความใกล้เคียงกับคำจำกัดความของการปฏิบัติโดยตรง (DIRECT ACTION : DA) ซึ่งเป็น รูปแบบย่อยของสงครามนอกแบบ (UNCONVENTIONAL WARFACE : UW)ที่เขียนไว้ใน JOINT PUB 3-05 แต่ผู้แต่งก็ ได้ศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์เจาะลึกในแนวทางทฤษฏีของตน โดยไม่เปรียบเทียบกับ JOINT PUB 3-05 มากนัก เพราะเหตุ แห่งความแตกต่างของการจัดหน่วยกำัลังรบตามแบบ (CONVENTIONAL FORCES) กับหน่วยรบพิเศษ ทั้งนี้เพื่อพิสูจน์ให้ เห็นและตอบคำถามว่า ทำไมความได้เปรียบด้านกำลัง (SUPERIOR NUMBERS) ของกำลังเผชิญหน้า ณ จุดแตกหัก (DECISIVE POINT) จึงไม่ใช่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่จะได้ชัยชนะเสมอไป ประเด็นความได้เปรียบด้านกำลังเผชิญหน้านี้ CARL VON CLAUSEWITZ นักการทหารคนสำคัญกล่าวไว้ชัดเจนว่า " THE ENEMY BEST WEAPON IS SUPERIOR NUMBERS " ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าได้ผลจริงกับการสู้รบของหน่วยกำลังตามแบบที่มีวิวัฒนาการและบทเรียน สืบต่อมาจากสง ครามในอดีต ยุทโธปกรณ์ และยุทธวิธีการใช้กำลังมีความคล้ายคลึงกัน ดังนั้นหน่วยกำลังที่มีมากกว่า ยอมรับความสูญเสียได้ มากกว่า จะเป็นฝ่ายได้ชัยเสมอ เมื่อฝ่ายที่มีกำลังน้อยกว่าสูญเสียศักย์ในการทำสงครามเนื่องจากไม่มีกำลังพอจะสู้รบต่อไป แต่ทฤษฏีของ McRAVEN แสดงให้เห็นว่ากำลังที่มีขนาดเล็กกว่าก็มีโอกาสมีชัยชนะเหนือฝ่ายตรงข้ามที่มีขนาดใหญ่กว่ามาก ได้ หากเลือกวิธีการและเวลาเริ่มปฏิบัติการได้อย่างเหมาะสม

     ความได้เปรียบ : คือสภาวะการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะหน่วยโจมตีที่มีกำลังน้อยกว่า ได้ความสามารถในการควบคุมสถาน การณ์ที่ จะรบแตกหักเอาชนะฝ่ายตรงข้ามที่มีกำลังมากกว่า หรือมีการป้องกันตนเองที่ดีมากได้

ความได้เปรียบจะต้องมีองค์ประกอบดังนี้

1. ความได้เปรียบนี้จะต้องเกิดขึ้น ณ จุดหักเหของสถานการณ์ที่กำลังเผชิญหน้าทั้งสองฝ่ายต้องช่วงชิงกัน จุดหักเหนี้ กล่าวโดยรวม หมายถึง จุดที่สถานการณ์มีความเสี่ยงสูงสุดแต่จะมีผลต่อการปฏิบัติการของทั้งสองฝ่ายดังคำกล่าวที่ว่่า " THE CLOSER THE ATTACKING FORCE GETS , THE TOUGHER THE DEPENSES BECOME " นั่นเอง

2. เมื่อฝ่ายหนึ่งได้เปรียบอีกฝ่ายหนึ่งแล้ว ต้องรักษาความได้เปรียบไว้ให้ได้โดยตลอด เพื่อเป็นหลักประกันแห่งชัย ชนะ การจะทำอย่างนี้ได้ หน่วยกำลังขนาดเล็กจะต้องได้รับการสนับสนุนและเสริมกำลังจากหน่วยรบตามแบบ ซึ่งจะทำใ้ห้ ปฏิบัติการมีความต่อเนื่องและก่อให้เกิดสิ่งที่เีรียกว่า MORAL FACTOR อันประกอบด้วย

2.1 ความรุกรบ (COURAGE)
2.2 การกระทำที่ชาญฉลาดสมเหตุสมผล (INTELLECT)
2.3 การกระทำที่องอาจไม่ขลาดกลัว (BOLDNESS)
2.4 ความมุ่งมันที่จะกระทำให้บรรลุภาำรกิจ (PERSEVERANCE)

3. หากความได้เปรียบต้องสูญเสียไป การกลับมาได้เปรียบอีกครั้งจะกระทำได้ยากยิ่ง ทั้งนี้เพราะเมื่อสูญความได้ เปรียบ ย่อมเสียอิสระในการริเริ่มกระทำการใด ๆ ต่อไป กลับทั้งต้องปรับการปฏิบัติเชิงรุกมาเป็นฝ่ายรับด้วยกำลังที่เสีย เปรียบฝ่ายตรงข้าม โอกาสชนะคงเหลือน้อยเต็มที

ภาพหลักการทำสงครามที่ใช้ในปฏิบัติการพิเศษในลำดับขั้นตอนต่าง ๆ

      ปิรามิดกลับด้านนี้ แสดงให้เห็นโครงสร้างและตำแหน่งของหลักการทำสงครามในปฏิบัติการพิเศษ ซึ่งกล่าวโดยสรุปคือ ปิรามิดจะคงสมดุลย์อยู่ได้เมื่อ หน่วยกำลังปฏิบัติการพิเศษมี MORAL FACTOR เพียงพอที่จะดำเนินการตามสถานการณ์ที่ เผชิญอยู่ในการสู้รบในทุกลำดับขั้นตอนของปฏิบัติการ คือ ขั้นการวางผน (PLANING PHASE) ขั้นการเตรียมการ (PREPARATION PHASE) ขั้นการปฏิบัติ (EXECUTION PHASE) การที่ใช้เพียง 6 หลักการทำสงคราม ก็เนื่องมาจาก ความจำเป็นเฉพาะของหน่วยรบขนาดเล็ก ที่ไม่สามารถนำอาวุธยุทโธปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวกไปด้วยจำนวนมาก หรือ หน่วยมีขนาดไม่ใหญ่พอในการยึดครองพื้นที่ ได้นาน การปฏิบัติการต้องการความเข้าใจซึ่งกันและกันขององค์บุคคลใน ลักษณะทำงานเป็นทีมเป็นสำคัญ กล่าวอย่างง่าย ๆ โอกาสที่การปฏิบัติการพิเศษจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์ จะต้องเกิดจาก " แผนการที่ง่ายไม่สลับซับซ้อน รักษาความลับของปฏิบัติการไว้ด้วยความระมัดระวัง ฝึกทบทวนการปฏิบัติที่ทำได้จริงจนชำ นาญ แล้วปฏิบัติในลักษณะจู่โจม ด้วยความรวดเร็ว เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำให้ภารกิจสำเร็จ "

เพือให้เกิดความเข้าใจที่ดีขึ้น ผมขอขยายความของแต่ละหลักการสงครามเหล่านี้เพิ่มเติมดังนี้

1. ความง่าย (SIMPLICITY) เป็นสิ่งที่เป็นที่ต้องการอย่างยิ่ง แต่ทำได้ยากที่สุด คำถามที่มักเกิดขึ้นกับผู้รับผิดชอบ ในการวางแผน คือ " จะวางแผนง่าย ๆ อย่างไร ปฏิบัติการจึึงจะสำเร็จ " มีสิ่งที่ต้องนำมาพิจารณาโดยไม่ขาดตก บกพร่อง เพื่อให้เกิดความง่าย คือ จำกัดจำนวนเป้าหมายปฏิบัติการ ข่าวกรองที่ดี และมีความคิด สร้างสรรค์ เมื่อได้รับมอบภารกิจ แล้ว ไม่ว่าภารกิจดังกล่าวจะเกิดจากความต้องการทางทหารโดยแท้ หรือเกิดจากแรงกดดันทางการเมือง ทั้งในระดับยุทธ ศาสตร์หรือยุทธการก็ตาม ผู้รับผิดชอบในการวางแผน คำนึงถึงสิ่งที่กล่าวถึง 3 ประการข้างต้น ในระดับยุทธวิธีแล้ว ก็จะ สามารถกำหนดแผนการที่ง่ายขึ้นได้ ประเด็นนี้พูดง่ายแต่อาจทำยาก ขึ้นอยู่กับประสบการณ์เป็นหลัก

2. การรักษาความลับ (SECURITY) เป็นสิ่งที่ต้องทำตลอดห้วงปฏิบัติการ โดยเฉพาะในขั้นการวางแผน และการเตรียม การ หากจะลดลงได้ก็ในขั้นของการปฏิบัติที่เปิดเผยการปฏิบัติแล้วเท่านั้น การรักษาความลับของปฏิบัิตการ (OPERATIONS SECURITY : OPSEC) เป็นหนึ่งในสิ่งที่นักการทหารให้ความสำคัญ ทั้งในภาวะปกติจนถึงภาวะสงคราม ความหย่อนยานใน เรื่องความลับปฏิบัติการ จะส่่งผลให้ฝ่ายตรงข้ามเตรียมการต่อต้านฝ่ายเรา จนเสียการจู่โจม และไม่มีทางได้เปรียบเมื่อการ ปฏิบัติ ณ ที่หมาย เริ่มขึ้น

3. ความเชี่ยวชาญ (REPETITION) เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะในขั้นเตรียมการ การฝึกซ้อมในสิ่ง ที่คาดว่าจะต้องปฏิบัติ ณ ที่หมาย จนเสมือนเป็นการปฏิบัติประจำนั้นจะช่วยให้ปัญหาข้อขัดข้องใด ๆ ที่เกิดขึ้น ขณะปฏิบัิติ ณ ที่หมาย ถูกแก้ไขไปโดยอัตโนมัติ และเป็นการเพิ่มความเร็วในพื้นที่ปฏิบัติการด้วย การฝึกความเชี่ยวชาญองค์บุคคล เฉพาะการปฏิบัติย่อยมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการซ้อมเต็มขั้นตอนของปฏิบัติการเต็มภารกิจ

4. การจู่โจม (SURPRISE) หลักการที่เป็นหัวใจของหน่วยรบพิเศษ JOINT PUB 3-05 เขียนไ้ว้ว่า " การจู่โจม คือ การ โจมตีศัตรู ณ เวลา หรือตำบลที่ หรือด้วยวิธีการ ที่ข้าศึกไม่ได้เตรียมการพร้อมรับมือ " ส่วนมากฝ่ายตรงข้ามของหน่วยกำลัง ขนาดเล็กที่จะเข้าปฏิบัติการพิเศษ มักอยู่ในสภาวะเตรียมพร้อมอยู่เสมอ การจะได้การจู่โจม จึงเป็นเรื่องที่ห่างไกลจากคำอธิ บายข้างต้น การจู่โจมของการปฏิบัติการพิเศษ อาจหมายความเพียงหน่วยกำลังสามารถผ่านแนวป้องกันของฝ่ายตรงข้าม เข้าไปกระทำในขั้นต่อไปได้ วิธีการที่สามารถทำให้ได้มาซึ่งการจู่โจม เช่น ปฏิบัติการลวงหรือรอคอยจังหวะเวลาที่ข้าศึกเปิด โอกาสให้โดยบังเอิญ เป็นต้น ซึ่่งการจะทำให้เป็นจริงได้ต้องอาศัยการข่าวกรองที่มีประสิทธิภาพด้วย

5. ความเร็ว (SPEED) หลักการที่เราได้รับการสั่งสอนมาตลอดให้ "HIT FIRST , HIT HARD ,KEE ON HITTING"ก็ เพื่อให้ได้มาซึ่งความได้เปรียบฝ่ายตรงข้ามรวมทั้งไม่ปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามชิงความได้เปรียบไปจากเรา ความรวดเร็วและห้วง เวลาปฏิบัติการที่สั้นที่สุด ย่อมเป็นปฏิภาคตรงต่อโอกาสประสบชัยชนะของฝ่ายเรา การปล่อยใ้ห้เวลาของปฏิบัติการยืดออก ไปมาก เท่าใดก็คือการให้เวลากับฝ่ายตรงข้ามทำการต่อต้านฝ่ายเราได้มากเท่านั้น อย่าลืมว่า หน่ยกำัลังปฏิบัติการพิเศษ แม้เปรียบด้านขนาดกำลังของฝ่ายตรงข้ามตั้งแต่ต้น การยึดครองพื้นที่ เป้าหมายภายหลังปฏิบัติการ เป็นเรื่องที่หน่วยรบพิเศษ ต้องหลีกเลี่ยง

6. วัตถุประสงค์ของภารกิจ (PURPOSE) สิ่่งที่สำคัญที่สุดของปฏิบัติการ เพราะหน่วยกำลังที่ได้รับมอบภารกิจต้องเข้าใจ อย่างถ่องแท้ถึงวัตถุประสงค์หลัก หรือกิจหลักของปฏิบัติการนั้น ๆ โดยไม่มีความกังขาใดๆ เหลืออยู่และไม่ต้องคำนึงอุปสรรค ใด ๆ ที่ต้องเผชิญเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ว่า่จะเป็นไปตามแผน หรือ ผิดแผน เป็นหนาที่ที่หน่วยกำลังต้องกระทำการใด ๆ ให้ บรรลุวัตถุประสงค์ของภารกิจนั้น ให้สำเร็จลุล่วงไปให้ได้หน่วยกำลังสามารถทราบถึงวัตถุประสงค์จากคำสั่งปฏิบัติการที่กำ หนดไว้อย่างแน่ชัด ไม่ต้องตีความให้สับสน และกำลังพลในหน่วยกำลังนั้นต้องถือเป็นพันธกิจที่จะต้องกระทำจนกว่าภารกิจจะ สำเร็จตามเป้าหมายที่ต้องการ ไม่ว่าจะต้องเผชิญอุปสรรคมากน้อย หรือ การสญเสียใด ๆ

     McRAVEN ยังได้เขียนรายละเอียดเกี่ยวกับการให้ได้มาซึ่งความได้เปรียบและการปรับวิธีการปฏิบัติในขั้นตอนต่าง ๆเพื่อ ให้ได้มาซึ่งความได้เปรียบในจังหวะเวลาที่ต้องการตลอดจนวิเคราะห์กรณีศึกษาเป็นตัวอย่างที่สามารถอธิบายทฤษฏีิที่เขา เขียนขึ้น หนังสือเล่มนี้ดีพอสำหรับการอ่านเพื่อพัฒนากระบวนการคิดของนักวางแผนทางทหารโดยเฉพาะอย่ายย่ิงนายทหาร ของหน่วยรบพิเศษซึ่งต้องนำหน่วยรบขนาดเล็กเผชิญกับหน่วยกำลังต่อต้านซึ่งอาจมีขนาดกำลังมากกว่าหรืออยู่ในสถานที่ตั้ง รับที่มีระบบระวังป้องกันเข้มแข็ง ณ ห้วงเวลาในพื้นที่ปฏิบัติการ นายทหารซึ่งทำหน้าที่บังคับบัญชานั้นจำเป็นต้องติดตาม สถานการณ์เพื่อปรับแผนและการปฏิบัติให้มีความได้เปรียบ ดังนั้นกระบวนการทางความคิดจึงเป็นสิ่งที่ต้องกระทำต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการติดตามข่าวกรองการรบ ปัจจุบัน หนังสือเล่มนี้อยู่ในห้องสมุดของหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ

     ที่ผมกล่าวมาทั้งหมดก็เพื่อให้พวกเราหล่านักรบพิเศษได้ทราบถึงหลักการและกระบวนการในการใช้ทฤษฏีการปฏิบัิติการ พิเศษซึ่งจะต้องเกิดวนซ้ำอยู่ตลอดเวลาตามสถานการณ์ที่แปรปรวนเปลี่ยนไป ขณะปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ส่งผลที่ ผมคาดหวังคือ การใช้ความรู้ความชำนาญและประสบการณ์จากการปฏิบัติงานมานานปีของเพื่อนนักรบพิเศษมาใช้ประโยชน์ เพื่อการสร้างสรรค์แผนการที่ง่าย มีประสิทธิภาพ ปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มที่ด้วยจิตวิญญาณที่มุ่งมั่นให้ภารกิจที่ได้รับสำเร็จลุ ล่วงไปด้วยดี

โดย: น.อ. ภิญโญ โตเลี้ยง

Scout Airsoft Gun
   - สมัครสมาชิก
   - ค้นหา
   - ห้องคุย
   - ติดต่อเรา

Scout NEWS

 • เดลินิวส์
 • ผู้จัดการ
 • มติชน
 • ผู้จัดการรายเดือน
 • ข่าวสด
 • คมชัดลึก
 • มติชนสุดสัปดาห์
 • เส้นทางเศรษฐกิจ
 • Bangkok
 • แนวหน้า
 • สยามรัฐ
 • เนชั่นแชนแนล
 • ประชาชาติธุรกิจ
 • ฐานเศรษฐกิจ
 • เสรีรายวัน
 • เทเลคอม เจอร์นัล
 • กรุงเทพธุรกิจ
 • BusinessThai
 • เนชั่นสุดสัปดาห์
 • บ้านเมือง
 • โพสต์ทูเดย์
 • ไทยโพสต์
 • สยามธุรกิจ
 • Mission Thailand
 • สยามกีฬา
 • กระแสหุ้น

 Scout Team

 

Scoutairsoftgun.com : © Copyright 2004-2008 scoutairsoftgun.com
All right reserved Dev & Design by Buffalofly v. 0.03